Skip to content

ความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคสื่อ

  • by

บทนำ

ในยุคที่สื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ การบริโภคสื่อไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับชมหรือรับฟังอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และตีความเนื้อหาได้ด้วยตัวเอง แนวคิดเรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคสื่อ” จึงได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน

ความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดรูปแบบการบริโภคและสร้างสรรค์สื่อในยุคดิจิทัล การมองสื่อด้วยมุมมองใหม่ ๆ การตั้งคำถามกับประสบการณ์และเนื้อหาที่พบเจอ แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่แปลกใหม่ ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าและความหมายให้กับการใช้สื่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้อ่านกล้าที่จะคิดนอกกรอบในการรับสารและสร้างสรรค์สื่อ โดยจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นสามส่วน ได้แก่ เครื่องมือและแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างเนื้อหาสำหรับผู้ใช้ทั่วไป  บทบาทของความคิดสร้างสรรค์ในการใช้สื่อ และตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคสื่อ

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้ลองนำความคิดสร้างสรรค์ไปประยุกต์ใช้ในการบริโภคและสร้างสรรค์สื่อด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเสพสื่อแล้ว ยังสามารถยกระดับทักษะและมุมมองในการใช้สื่อได้อีกด้วย

เครื่องมือและแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างเนื้อหาโดยผู้ใช้

ภาพรวมของเครื่องมือดิจิทัล

ในปัจจุบัน มีเครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากมายที่ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างเนื้อหาได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกราฟิก แต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่สร้างเว็บไซต์ เครื่องมือเหล่านี้มีทั้งแบบที่ใช้ฟรีและแบบเสียค่าใช้จ่าย ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ Canva สำหรับการออกแบบกราฟิก Adobe Creative Suite สำหรับการตกแต่งภาพและวิดีโอ Wix และ WordPress สำหรับการสร้างเว็บไซต์ เป็นต้น

การใช้งานได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของเครื่องมือสร้างเนื้อหายุคใหม่คือความสะดวกและความใช้งานง่าย จากที่แต่เดิมนั้นการสร้างสื่อเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและอุปกรณ์ราคาแพง แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างผลงานได้ในราคาที่ถูกลง หรือแม้กระทั่ง บางครั้งก็ฟรี ทุกคนสามารถเป็นนักออกแบบ ช่างภาพ หรือผู้กำกับได้ด้วยอุปกรณ์ที่ตนเองมีอยู่แล้ว นับเป็นการทำลายกำแพงและทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์ได้อย่างเท่าเทียม

แหล่งเรียนรู้และแนวทางสำหรับมือใหม่

อย่างไรก็ตาม การมีเครื่องมือที่ดีเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ สิ่งสำคัญคือต้องรู้วิธีใช้เครื่องมือเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพด้วย โชคดีที่ในยุคอินเทอร์เน็ต การหาความรู้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผู้ที่สนใจเรียนรู้การใช้เครื่องมือสร้างสรรค์เนื้อหาสามารถหาข้อมูลได้จากแหล่งต่างๆ มากมาย ตั้งแต่บทความ บล็อก คู่มือออนไลน์ คอร์สเรียนฟรีจากทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงการเข้าร่วมเวิร์คช็อปและชุมชนออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคร่วมกัน

สรุปคือ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ง่ายขึ้น ผู้ใช้ทั่วไปจึงมีอำนาจในการสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่หลากหลาย พร้อมกับการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริโภคจึงยกระดับตัวเองจากผู้รับสื่อ กลายมาเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพได้

บทบาทของความคิดสร้างสรรค์ในการตีความสื่อ

การมองและการฟังอย่างมีวิจารณญาณ

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างสรรค์ผลงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการรับและตีความสื่อด้วย การมองหรือฟังเนื้อหาอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้ความคิดในการวิเคราะห์ในมุมมองที่แตกต่างออกไป จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายและนัยยะที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหาสารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น  เราอาจตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นและได้ยิน เช่น ผู้ส่งสารต้องการสื่ออะไร เหตุใดจึงเลือกใช้ภาพหรือคำพูดเหล่านั้น หรือมีมุมมองใดที่ถูกละเว้นไป การคิดเชิงวิพากษ์เหล่านี้จะช่วยให้เราประเมินและเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

การตีความในมุมมองที่แตกต่าง

นอกจากการมองอย่างลึกซึ้งแล้ว การมองในมุมที่แตกต่างก็เป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคสื่อ บ่อยครั้งที่เรารับสารแบบตรงไปตรงมาตามที่ผู้ส่งนำเสนอ แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมอง อาจจะพบความหมายหรือข้อคิดใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น การดูภาพยนตร์สักเรื่องจากมุมของตัวละครรอง การตีความเพลงจากบริบทของยุคสมัยที่แต่งขึ้น หรือการวิเคราะห์บทความข่าวโดยคำนึงถึงอคติทางการเมืองของสำนักข่าว การฝึกมองสื่อในหลากหลายแง่มุมเช่นนี้ จะช่วยขยายความคิดและเปิดประสบการณ์ในการเสพสื่อให้กว้างขึ้น

แนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาการตีความอย่างสร้างสรรค์

แม้ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นความสามารถเฉพาะตัว แต่เราก็สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ผ่านการทำกิจกรรมที่กระตุ้นการคิดนอกกรอบ แนวทางที่น่าสนใจในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ การเขียนข่าวหรือบทความในมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ กับเหตุการณ์เดียวกัน การวาดภาพหรือสร้างแผนผังความคิดระหว่างการฟังพอดแคสต์ การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์หรือหนังสือกับเพื่อนที่มีมุมมองแตกต่างจากเรา หรือการตั้งคำถามกับสิ่งที่พบเจอในสื่อแต่ละวัน กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นและเข้าใจสื่อในมุมมองใหม่ๆ อยู่เสมอ

ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์จึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะช่วยไขความเข้าใจในสื่อให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การฝึกมองและตีความอย่างมีวิจารณญาณจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของเนื้อหาสาร เช่น ข้อคิดและมุมมองที่อาจถูกมองข้ามไป นอกจากจะช่วยให้การบริโภคสื่อน่าสนใจยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นภูมิคุ้มกันจากการถูกชักจูงโดยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย

ตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคสื่อ

การสื่อข่าวรูปแบบใหม่

วงการสื่อสารมวลชนเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของการบริโภคสื่ออย่างชัดเจน จากเดิมที่การนำเสนอข่าวมักจำกัดอยู่ในรูปแบบของข้อความและภาพนิ่ง ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาช่วยให้สื่อมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ infographic ในการอธิบายเรื่องซับซ้อน การผสมผสานวิดีโอ เสียง และข้อมูลในรูปแบบ Interactive เพื่อดึงดูดความสนใจ หรือการเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นหรือส่งข้อมูลเข้ามา นับเป็นการปฏิวัติวิธีการเล่าเรื่องและการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านข่าวรูปแบบใหม่

แคมเปญการตลาดเชิงสร้างสรรค์ 

ในโลกของการตลาด ความคิดสร้างสรรค์คือส่วนสำคัญในการช่วงชิงความสนใจจากผู้บริโภค แบรนด์ต่างๆ จึงต้องปรับตัวและนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างวิดีโอโฆษณาแบบ 360 องศา ให้คนดูสามารถควบคุมมุมมองได้ การใช้เทคโนโลยี AR เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าผ่านการสแกนภาพ หรือการร่วมมือกับ Influencer เพื่อสร้างเนื้อหาที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย หากแบรนด์สามารถคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการเข้าถึง ก็จะสร้างการจดจำและความประทับใจให้ผู้บริโภคได้ไม่ยาก

สื่อการศึกษารูปแบบใหม่

สถาบันทางการศึกษาเองก็เริ่มตระหนักถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสื่อการเรียนการสอน จากเดิมที่เน้นการบรรยายทางเดียว ห้องเรียนสมัยใหม่ก็เริ่มมีการใช้สื่อที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม ตั้งแต่การเปิดคอร์สออนไลน์ที่เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา การนำเกมมาประยุกต์ใช้ในการสอนเนื้อหาที่ซับซ้อน ไปจนถึงการให้ผู้เรียนลงมือทำโปรเจกต์และแชร์ความรู้ระหว่างกันผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งแนวทางใหม่ๆ เหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกและมีความหมายมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในการใช้สื่อ ที่สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถผลักดันให้เกิดนวัตกรรมในการนำเสนอและบริโภคสื่อได้ไม่รู้จบ หากผู้บริโภคเปิดใจเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ก็จะได้เปิดโลกของการใช้สื่อแบบใหม่ ๆ ที่สร้างความเพลิดเพลินและเติมเต็มชีวิตไปในตัว

สรุป

จากเนื้อหาทั้งหมดในบทความ จะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์มีพลังในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคและการผลิตสื่ออย่างมหาศาล ผู้ใช้ทั่วไปจึงมีบทบาทเป็นผู้สร้างเนื้อหาได้ง่ายขึ้นด้วยเครื่องมือและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

ในขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์ก็ช่วยขยายขอบเขตในการตีความและทำความเข้าใจสื่อให้กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น สื่อแขนงต่างๆ เองก็กำลังเผชิญการปรับตัวครั้งใหญ่ ด้วยการนำเทคโนโลยีและแนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในการนำเสนอเนื้อหาแบบใหม่ๆ

การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการบริโภคและสร้างสื่อนั้นมีข้อดีมากมาย ทั้งในแง่ของการเพิ่มอรรถรสในการเสพสื่อ การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงออกและร่วมสร้างสังคมผ่านสื่อ หากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องมือ พัฒนาทักษะ และมีทัศนคติที่เปิดกว้างต่อสิ่งใหม่ ๆ ก็จะยิ่งสนุกและได้ประโยชน์จากการใช้สื่อมากขึ้นไปอีก

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะช่วยจุดประกายให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจในการค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการรับและสร้างสรรค์สื่อ ไม่ว่าจะเป็นการลองใช้เครื่องมือออกแบบ การแลกเปลี่ยนมุมมองในการตีความ หรือการติดตามเทรนด์ของสื่อสมัยใหม่ การได้ลงมือทำและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจะช่วยให้ทักษะและมุมมองของเรากว้างขวางได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองแล้ว ยังอาจสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคนรอบข้างและสังคมได้อีกด้วย

มาลงมือสร้างสรรค์และบริโภคสื่ออย่างสร้างสรรค์กันเถอะ

หลังจากได้อ่านบทความนี้จบ ผู้เขียนอยากชวนให้ทุกท่านได้ลองนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ในการรับและสร้างสรรค์สื่อดูบ้าง ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทำอะไรให้ใหญ่โต เพราะเริ่มต้นได้ จากทำในสิ่งใกล้ตัว เช่น

    • ลองใช้แอปง่าย ๆ อย่าง Canva หรือ Adobe Spark ในการออกแบบโพสต์เด็ด ๆ สำหรับโซเชียลมีเดีย

    • เวลาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ลองมองเหตุการณ์จากมุมมองของตัวละครอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พระเอก นางเอก

    • แชร์มุมมองการตีความเพลงโปรดในแง่มุมใหม่ ๆ กับเพื่อน ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย

    • ติดตามเทรนด์ของเทคโนโลยีและวิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่ ๆ ในสื่อที่ตนเองสนใจ

    • ร่วมเรียนคอร์สออนไลน์หรือเวิร์คช็อปที่สอนเทคนิคการสร้างคอนเทนต์สร้างสรรค์

หากอยากหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติม ลองเข้าชมผลงานของครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างสรรค์สื่อ พร้อมกับศึกษาเบื้องหลังกระบวนการคิดและเทคนิคที่พวกเขาใช้ สื่อแนะนำ เช่น

    • นิตยสารคิด (CREATIVE THAILAND)  https://www.creativethailand.org/magazine นิตยสารส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผลักดันเศรษฐกิจไทย ภายใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA

    • รายการ “Abstract: The Art of Design” บน Netflix ที่สัมภาษณ์นักออกแบบหลากหลายแขนง


    • หนังสือ ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ไอเดีย = Creativity, Inc. / Ed Catmull, เอมี่ วอลเลซ แปลโดย จินดารัตน์ ธรรมรงวุทย์ เขียนโดย Ed Catmull ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Pixar ที่แชร์แนวคิดในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

หนทางสู่การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในโลกของสื่อนั้นไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งสำคัญคือการกล้าลองผิดลองถูก ไม่กลัวความล้มเหลว และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ หากผู้อ่านทุกท่านเริ่มต้นด้วยการเปิดใจให้กว้าง มองหาแรงบันดาลใจรอบตัว และหมั่นฝึกฝนทักษะในเชิงสร้างสรรค์แล้วล่ะก็ ประสบการณ์ในการบริโภคและสร้างสรรค์สื่อจะยิ่งน่าตื่นเต้นและมี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *